3 เทคนิค บริหารเงินอย่างไร ปลดหนี้ได้ มีเงินเก็บด้วย

3 เทคนิคบริหารเงินอย่างไร ปลดหนี้ได้ มีเงินเก็บด้วย

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่เจอปัญหาวงเงินบัตรเครดิตก็เต็มทุกใบ พยายามจ่ายค่าบัตรเครดิตด้วยการจ่ายขั้นต่ำ แต่ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกวัน รายจ่ายต่อวันก็มาก ด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนไม่สามารถจะออมเงินสำหรับอนาคต และจริงอยู่ที่การใช้หนี้จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเก็บออมเงินเผื่อฉุกเฉินนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน หากคุณกำลังสับสนว่า เราควรใช้หนี้ก่อน หรือออมเงินสำหรับอนาคตก่อน และไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

เทคนิคบริหารเงินอย่างไร ให้มีเงินเก็บ


การบริหารเงินเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้และให้ความสำคัญอย่างมาก หนังสือการเงินอย่าง The Richest Man in Babylon ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า “ไม่ว่าคุณจะหารายได้มาได้เท่าไหร่ก็ตาม ควรเก็บออมไว้ให้ได้ 1 ส่วนจาก 10 ส่วน ก่อนนำส่วนที่เหลือมาใช้จ่าย” ด้วยคำแนะนำแบบนี้อาจทำให้คุณคิดว่า เดิมทีเงินก็จะไม่พอใช้อยู่แล้ว หากสามารถใช้เงินได้เพียง 9 ส่วน จะสามารถดำเนินชีวิตได้แบบปกติหรือไม่ ดังนั้น การบริหารเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณ

ประโยชน์ของการบริหารเงิน


การบริหารการเงินที่ดี นอกจากจะช่วยให้คุณสามารถลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ทำให้คุณสามารถบริหารจัดการหนี้ที่ดีได้ดีมากขึ้น การบริหารการเงินที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถเก็บออมเงินสำหรับอนาคตได้อีกด้วย

1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายต่อเดือน


หลายคนอาจมองว่า การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเป็นวิธีบริหารเงินแสนคลาสสิค คือ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ต่อเดือน จะทำให้คุณสามารถเห็นภาพรายจ่ายในแต่ละเดือนได้ชัดเจนมากขึ้น และทำให้สามารถตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้ เช่น ค่าบริการแอปสตรีมมิ่งต่าง ๆ หรือ Promotion โทรศัพท์ที่คุณจำเป็นต้องจ่ายทุกเดือนว่ามีราคาเหมาะสมกับการใช้งานของคุณหรือเปล่า ลองคำนวณดูว่าทั้งหมดนั้นคุณใช้งานส่วนไหนมาก หรือไม่ค่อยได้ใช้งานอะไร และเลือกปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งานออก วิธีนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกินจำเป็นต่อเดือนออกไปได้มากทีเดียว

2. คิดถึงความจำเป็นก่อนซื้อทุกครั้ง


ในยุคปัจจุบันที่การซื้อสินค้าต่างๆ ง่ายขึ้น มีหลายแอปชอปปิ้งที่คอยให้บริการคุณ ทำให้คุณสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึง กระแสการให้บริการแบบ Buy Now Pay Later หรือ บริการซื้อสินค้าแบบผ่อน ที่อำนวยความสะดวกในการดึงเงินออกจากกระเป๋าเราได้มากขึ้น แน่นอนว่า การให้บริการต่างๆ เหล่านี้แม้จะมีประโยชน์ แต่หากคุณซื้อของโดยไม่ไตร่ตรองก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรหนี้ได้

ดังนั้น เราอยากให้คุณคิดคำนวณก่อนว่ากดสั่งสินค้า หรือรูดบัตรเครดิตทุกครั้งว่า คุณจำเป็นต้องใช้ของสิ่งนั้นมากน้อยแค่ไหน และควรเรียงลำดับความจำเป็นในการใช้งานก่อนเมื่อคิดว่าจะต้องซื้ออะไรสักอย่าง หรือซื้อตามสถานการณ์ที่เหมาะสมอย่าง เช่น ช่วงลดราคา หรือมีโปรโมชั่น แต่อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงถึงความจำเป็นก่อนเสมอ

3. รวมหนี้เป็นก้อนเดียว หนทางของการหมดหนี้


คุณอาจจะคิดไม่ถึงว่า การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว จะช่วยให้คุณปลดหนี้ได้อย่างไร แต่เราขอบอกเลยว่า ข้อดีของการรวมหนี้ คือ ช่วยประหยัดดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่ายได้ และยังช่วยให้คุณบริหารจัดการหนี้ได้ง่ายมากขึ้น ไม่ต้องปวดหัวกับการจ่ายหนี้บัตรใบนั้นที จ่ายหนี้บัตรใบนี้ที และยังช่วยเพิ่มโอกาสการปิดหนี้ให้เร็วขึ้นอีกด้วย

ในกรณีที่คุณเลือกจ่ายค่าบัตรเครดิตขั้นต่ำมาตลอด คุณจะต้องเผชิญกับดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่ 18% ต่อปี และหากคุณจ่ายขั้นต่ำไปตลอด คุณจะเสียดอกเบี้ยต่อปีในอัตราที่สูงกว่า และทำให้คุณติดอยู่ในวงจรหนี้บัตรเครดิตต่อไปได้ แต่หากคุณเลือกใช้ สินเชื่อรวมหนี้บัตรเครดิต รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ที่มีอัตราดอกเบี้ยเพียง 12.22% ต่อปี อายุสัญญา 24 เดือน อัตราผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด นอกจากจะช่วยให้คุณจ่ายดอกเบี้ยถูกกว่าเดิมแล้ว ยังง่ายต่อการผ่อนชำระหนี้ด้วย เพราะสินเชื่อรวมหนี้มักจะกำหนดจำนวนเงินผ่อนชำระเท่ากันทุกเดือน ทำให้คุณสามารถบริหารเงินในแต่ละเดือนได้สะดวกขึ้น รวมถึงการสร้างวินัยในการชำระหนี้ จะช่วยให้คุณ ปิดหนี้บัตรเครดิต ได้เร็วยิ่งขึ้น

หากคุณกำลังมองหา สินเชื่อรวมหนี้บัตรเครดิต ดอกเบี้ยต่ำ และเป็นพนักงานประจำที่มีเงินเดือน 30,000 บาท เราขอแนะนำ สินเชื่อบุคคล เพอร์ซัลนัลแคช ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สินเชื่อที่จะช่วยให้คุณรวมหนี้เป็นก้อนเดียว และปิดหนี้บัตรเครดิตได้เร็วขึ้น

สมัครสินเชื่อบุคคล เพอร์ซัลนัลแคช ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ 2 ช่องทาง


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม CIMB Thai Care Center โทร. 02 626 7777

อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามธนาคารประกาศกำหนด


Share :