เงินชดเชยถูกเลิกจ้าง ต้องเสียภาษีไหม? ต้องยื่นภาษีอย่างไรไม่ให้พลาด

เงินชดเชยถูกเลิกจ้าง ต้องเสียภาษีไหม? ต้องยื่นภาษีอย่างไรไม่ให้พลาด

เพราะการถูกเลิกจ้าง หรือถูกเลย์ออฟ (lay-off) เป็นเรื่องใกล้ตัวมนุษย์เงินเดือนมากกว่าที่คิด นอกจากค่าชดเชยการถูกเลิกจ้างที่คุณต้องรู้แล้ว การจัดการภาษีเมื่อถูกเลิกจ้างก็สำคัญเช่นกัน และหากคุณไม่แน่ใจว่า ต้องยื่นภาษีอย่างไรเมื่อถูกเลิกจ้าง? เงินชดเชยถูกเลิกจ้างต้องเสียภาษีหรือไม่? เราหาคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้

เช็กสิทธิ์ให้ครบ! ถูกเลิกจ้าง ต้องได้รับเงินชดเชยส่วนไหนบ้าง?


เมื่อถูกเลิกจ้างคุณจะได้รับเงินชดเชย 2 ส่วนหลักคือ 1. เงินชดเชยจากบริษัท และ 2 เงินชดเชยกรณีว่างงานจากประกันสังคม โดยมีรายละเอียดคือ

1.เงินชดเชยจากบริษัท


ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง (ไม่รวมการลาออกเองหรือทำความผิดร้ายแรง) ที่มีอายุงานไม่ต่ำกว่า 120 วัน มีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามระยะเวลาทำงานดังนี้

  • ทำงาน 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี : ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างสุดท้าย 30 วัน
  • ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี : ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างสุดท้าย 90 วัน
  • ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี : ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างสุดท้าย 180 วัน
  • ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี : ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน
  • ทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป : ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างสุดท้าย 300 วัน

นอกจากนี้ ยังมีเงินที่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม เช่น


  • เงินเดือนหรือค่าจ้างงวดสุดท้าย : หากนายจ้างไม่จ่าย คุณสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานท้องที่ที่คุณทำงาน เพื่อให้สอบสวนข้อเท็จจริง และออกคำสั่งให้นายจ้างทำการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายให้แก่คุณได้ และมีสิทธิฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงานเพื่อให้จ่ายค่าจ้างส่วนที่ขาดได้ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน 2541 มาตรา 133,124 และ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 8 วรรค1(1)
  • ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ไม่ได้ใช้ : หากมีวันลาพักร้อนเหลืออยู่ในปีที่ถูกเลิกจ้าง นายจ้างจะต้องนำวันลาพักร้อนที่เหลือมาคำนวณเป็นเงินและจ่ายให้แก่ลูกจ้างด้วย
  • ค่าจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า : กรณีที่นายจ้างบอกเลิกจ้างทันทีโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามกฎหมาย
  • เงินชดเชยกรณีพิเศษ : หากทำงานครบ 6 ปีขึ้นไป จะต้องได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าค่าจ้างหรือเงินเดือนอัตราสุดท้าย 15 วันต่อการทำงานครบ 1 ปี หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างในการทำงาน 15 วันสุดท้ายต่อการทำงานครบ 1 ปี สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน (หรือค่าจ้างที่คำนวณเป็นหน่วย) และเงินชดเชยกรณีพิเศษที่คุณจะได้รับนั้นจะต้องไม่เกินอัตราค่าจ้างของการทำงาน 360 วันสุดท้ายและเศษของระยะเวลาการทำงานที่มากกว่า 180 วัน กฎหมายระบุให้นับเป็นการทำงานครบ 1 ปี

2. เงินชดเชยว่างงาน จากประกันสังคม


ในกรณีที่คุณถูกเลิกจ้าง และจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และลงทะเบียนว่างงานกับสำนักจัดหางานภายใน 30 วัน หลังจากถูกเลิกจ้างแล้ว (สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เวบไซต์ https://unemploy.doe.go.th) คุณจะได้รับเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง หรือเงินชดเชยว่างงาน 60% ของค่าจ้างโดยเฉลี่ย (สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาทต่อเดือน) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน (6 เดือน) (อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานประกันสังคม)

เงินชดเชยถูกเลิกจ้าง ต้องเสียภาษีมั้ย?


สำหรับเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้างที่ได้รับจากนายจ้างและเงินชดเชยว่างงานจากประกันสังคม จะต้องนำมาคำนวณภาษีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของเงินชดเชยที่ได้รับ กล่าวคือ

1.เงินชดเชยที่ได้จากการถูกเลิกจ้าง


จะได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท หากได้รับเกินจากนั้น จะต้องนำส่วนที่เกินไปคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีด้วย

ตัวอย่างเช่น

ได้รับเงินชดเชยเลิกจ้าง 400,000 บาท เงิน 300,000 บาทแรกได้รับการยกเว้นภาษี ส่วนที่เหลือ 100,000 บาท จะต้องนำไปรวมกับรายได้อื่นๆ เพื่อคำนวณภาษี

หมายเหตุ

การยกเว้นภาษี 300,000 บาทนั้น ใช้ได้กรณีที่เป็นเงินชดเชยจากการถูกไล่ออกหรือยกเลิกสัญญาจ้างอย่างไม่เป็นธรรมเท่านั้น หากลาออกเองหรือถูกไล่ออกเพราะทำความผิดร้ายแรง จะไม่สามารถขอรับเงินชดเชยและไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีในส่วนนี้ได้ (อ้างอิง ตามข้อ 2(51) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509))

2. เงินชดเชยการว่างงานจากประกันสังคม


เงินชดเชยว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ทั้งกรณีลาออกเองและถูกเลิกจ้าง “ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี” เพราะเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นภาษี ตามกฎหมายมาตรา 42 (25) ประมวลรัษฎากร (อ้างอิงข้อมูลจาก www.rd.go.th)

วิธียื่นภาษีเงินได้ประจำปี กรณีถูกเลิกจ้าง


การยื่นภาษี กรณีที่ถูกเลิกจ้างในปีนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีตามระยะเวลาที่คุณทำงาน คือ

1. อายุงานไม่ครบ 5 ปี :


ต้องนำเงินที่ได้รับจากการออกจากงานทั้งหมดมาคำนวณภาษีรวมกับรายได้จากงานประจำและรายได้จากช่องทางอื่นด้วย (ถ้ามี)

2. อายุงาน 5 ปีขึ้นไป :


สามารถเลือกได้ว่า จะนำเงินชดเชยที่ได้รับมาคำนวณรวมภาษีเงินได้ประจำปี หรือแยกคำนวณภาษีก็ได้ (ตามข้อ 2 ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ฉบับที่ 45) ในกรณีที่แยกยื่นภาษี จะต้องมีใบแนบ ภงด.90,91 กรณีคำนวณเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานเฉพาะที่เลือกเสียภาษี โดยไม่นำไปคำนวณรวมกับภาษีเงินได้อื่นๆ

แม้กฎหมายกำหนดให้ เงินชดเชยถูกเลิกจ้าง 300,000 บาทแรกและเงินชดเชยกรณีว่างงานจากประกันสังคม ไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี แต่คุณจะต้องนำรายได้ที่คุณได้รับก่อนถูกเลิกจ้างมาคำนวณภาษี ยื่นภาษี และสามารถใช้ สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี ได้เหมือนเดิม

เพราะการถูกเลิกจ้างเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดผลกระทบได้มากที่สุด นอกจากการจัดการเรื่องภาษีและสิทธิเงินชดเชยที่ถูกต้องแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการมี เงินสำรองฉุกเฉิน ที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน เพราะการมีวินัยทางการเงินและการสำรองเงินไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ขณะที่ยังมีรายได้ประจำ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่ช่วยให้คุณมีสภาพคล่องและใช้เวลาหางานใหม่ได้อย่างไม่ต้องกังวล

ขอบคุณข้อมูลจาก


Share :