รีไฟแนนซ์บ้าน ต้องทำประกัน MRTA ใหม่ไหม?

รีไฟแนนซ์บ้าน ต้องทำประกัน MRTA ใหม่ไหม? สรุปครบจบในที่เดียว!

ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโดครบ 3 ปี หลายคนจึงเริ่มมองหา สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อช่วยลดภาระค่าผ่อนบ้าน ลดดอกเบี้ยบ้านที่ต้องจ่ายรายเดือนลง แต่คนผ่อนบ้านหลายคนมักจะมีคำถามเกี่ยวกับประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านที่เคยทำไว้กับธนาคารเดิมว่า ต้องจัดการอย่างไร? รีไฟแนนซ์บ้านต้องทำประกัน MRTA ใหม่ไหม? เราหาคำตอบมาให้คุณแล้วในบทความนี้

ประกัน MRTA คืออะไร? สำคัญแค่ไหนกับการผ่อนบ้าน?


ประกัน MRTA หรือ ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน (ประกัน Mortgage Reducing Term Assurance) คือ แผนประกันที่ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงสำหรับคนที่ขอสินเชื่อบ้าน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขณะที่กำลังผ่อนบ้าน เช่น เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจนไม่สามารถผ่อนบ้านต่อได้ วงเงินคุ้มครองจากประกัน MRTA จะเข้ามาช่วยดูแลยอดหนี้คงเหลือ ทำให้ภาระหนี้ไม่ตกไปเป็นภาระของคนในครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง

แม้ว่าประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน (ประกัน MRTA) มีประโยชน์ต่อการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว แต่การทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ขอสินเชื่อ ไม่มีผลต่อการได้รับอนุมัติสินเชื่อบ้านแต่อย่างใด

รีไฟแนนซ์บ้าน ต้องทำประกัน MRTA ใหม่ไหม?


สำหรับคนที่ทำประกัน MRTA ไว้ตอนขอสินเชื่อบ้าน คุณสามารถจัดการประกัน MRTA เมื่อต้องการรีไฟแนนซ์บ้านได้ 2 วิธี คือ

1. เปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์


หากคุณต้องการขอรีไฟแนนซ์บ้านหลังผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีแล้วนั้น คุณสามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ในประกัน MRTA จากเดิมที่ระบุชื่อผู้รับประโยชน์คือ ธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งเดิม เป็นชื่อธนาคารหรือสถาบันการเงินเจ้าของเงินกู้ก้อนใหม่ได้โดยไม่ต้องทำประกัน MRTA ใหม่ และคุณจะยังได้รับความคุ้มครองจากประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อตามเดิม ไม่ถือว่าสิ้นสุดสัญญาแต่อย่างใด

เรื่องต้องระวัง


ด้วยเงื่อนไขของสินเชื่อที่เปลี่ยนไป จำนวนเงินเอาประกันภัยและระยะเวลาคุ้มครองอาจจะปรับเปลี่ยนไปด้วย ดังนั้น ก่อนรีไฟแนนซ์บ้านและเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ เราแนะนำให้คุณ คำนวณจำนวนเงินเอาประกันภัยว่าครอบคลุมสินเชื่อก้อนใหม่ที่รีไฟแนนซ์มาหรือไม่ เพราะบางครั้งจำนวนเงินเอาประกันภัยอาจจะไม่ครอบคลุมหรือเพียงพอในกรณีที่ ขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกู้เพิ่ม (Refinance Cash-Out) ได้ หรือปรึกษากับธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง

2. เวนคืนกรมธรรม์


ข้อดีของการเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต คือ คุณสามารถนำเงินก้อนที่ได้รับจากการเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านจากกรมธรรม์ประกันเล่มเดิม มาทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อเล่มใหม่ได้ และในบางครั้งธนาคารหรือสถาบันการเงินอาจมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับ การขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ทำประกัน MRTA อาทิ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ฟรี ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าอากรสแตมป์ ค่าประกันอัคคีภัย ฯลฯ ก็จะทำให้คุณได้ความคุ้มค่าในการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มขึ้น

เรื่องต้องระวัง


ก่อนตัดสินใจเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน เราแนะนำให้คุณศึกษาเงื่อนไขในการเวนคืนกรมธรรม์ให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้เพราะ เงินที่ได้รับจากการเวนคืนกรมธรรม์ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เอาประกันภัย ดังนั้น คุณจึงควรพิจารณาในส่วนนี้ให้ดี หรือเลือกปรึกษากับธนาคารหรือบริษัทประกันชีวิตก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

เวนคืนกรมธรรม์ vs. เปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ เลือกแบบไหนดี?


เวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต เปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์
ผลที่ได้รับ ได้เงินคืนเป็นเงินก้อน : สามารถนำเงินที่ได้คืนมาไปใช้จ่าย หรือใช้ทำประกันใหม่กับธนาคารใหม่ได้ ประหยัดค่าใช้จ่าย: ไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่เพื่อจ่ายค่าเบี้ยประกันใหม่ ช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันที่มีราคาสูงได้
ธนาคารใหม่อาจมีโปรโมชันพิเศษ เช่น ดอกเบี้ยที่ต่ำลง ฟรี ค่าจดจำนอง หรือ ฟรี ค่าประเมิน หากทำประกัน MRTA ใหม่ตอนขอรีไฟแนนซ์บ้าน ความคุ้มครองต่อเนื่อง : คุณจะได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์เดิมอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีช่วงว่าง
ความคุ้มครองที่เหมาะสมกับหนี้ใหม่ : หากคุณขอวงเงินกู้เพิ่ม การทำประกันใหม่จะช่วยให้คุณออกแบบวงเงินคุ้มครองให้เหมาะสมกับยอดหนี้ใหม่ได้ -
สิ่งที่ต้องพิจารณา เงินคืนไม่เต็มจำนวน: ได้รับเงินคืนเพียงบางส่วน อาจไม่คุ้มค่าหากทำประกัน MRTA มาในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ได้รับโปรโมชันพิเศษ: การไม่ทำประกันใหม่กับธนาคารใหม่อาจทำให้คุณพลาดสิทธิประโยชน์หรืออัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ธนาคารเสนอ
เบี้ยประกันใหม่สูงขึ้น: เมื่ออายุมากขึ้น เบี้ยประกันชีวิตจะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้คุณต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันแพงกว่าเดิม ความคุ้มครองอาจไม่ครอบคลุม: หากคุณขอวงเงินกู้เพิ่ม ความคุ้มครองจากกรมธรรม์เดิมอาจไม่เพียงพอต่อยอดหนี้ใหม่ที่เพิ่มขึ้น

การจัดการประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน (ประกัน MRTA) เมื่อต้องการรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านนั้น ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าการเลือกเวนคืนประกันชีวิต หรือเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ ทางไหนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้น หากคุณต้องการจัดการประกัน MRTA เมื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ให้พิจารณาตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เช็กค่าเบี้ยประกัน : และความคุ้มครองประกัน MRTA ของธนาคารที่ยื่นขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อประกอบการพิจารณาว่า ความคุ้มครองนั้นตรงกับความต้องการของเราหรือไม่?
  • เช็กจำนวนเงินที่จะได้รับ : จากบริษัทประกันเดิมว่าได้รับเป็นจำนวนเท่าไหร่? เมื่อตัดสินใจเวนคืนกรมธรรม์
  • เช็กโปรโมชั่นสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน : ว่ามีโปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง หากทำประกัน MRTA ตอนขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่
  • เปรียบเทียบและตัดสินใจ: นำข้อมูลทั้งหมดมาเปรียบเทียบว่าแต่ละวิธีให้ประโยชน์กับคุณอย่างไร เพื่อเลือกทางที่คุ้มค่าที่สุด

ดังนั้น การจัดการประกัน MRTA เมื่อรีไฟแนนซ์บ้านควรพิจารณาจากความต้องการของตัวคุณเองเป็นหลัก กล่าวคือ

  • ต้องการเงินก้อนและโปรโมชั่นของธนาคาร : การเลือกเวนคืนกรมธรรม์ อาจจะตอบโจทย์ของคุณมากกว่า เพราะคุณจะได้ทั้งเงินก้อน โปรโมชั่นสินเชื่อรีไฟแนนซ์ และปรับวงเงินความคุ้มครองที่เหมาะสมกับยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้น
  • อยากประหยัดค่าใช้จ่าย : การเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ ตอบโจทย์ของคุณมากกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าเบี้ยประกันใหม่ที่อาจจะแพงขึ้น

หมายเหตุ : ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษา อ่าน และทำความเข้าใจเอกสารเสนอขายก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้งเมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว โปรดศึกษารายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์

รีไฟแนนซ์บ้าน พร้อมทำประกัน MRTA กับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโดมาครบ 3 ปี และอยากประหยัดดอกเบี้ยบ้าน เราขอแนะนำสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยต่ำ มีครบทุกความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็น การรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance ) รีไฟแนนซ์บ้าน เพิ่มวงเงิน (Refinance Cash-out) พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษจากธนาคาร อาทิ

  • ฟรี ค่าดำเนินการสินเชื่อ
  • ฟรี ค่าประเมินหลักทรัพย์
  • ฟรี ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก
  • ฟรี ค่าอากรแสตมป์

สมัครสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ 2 ช่องทาง


เงื่อนไขสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย


  • กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา อยู่ระหว่าง 5.54% – 5.71% โดยคำนวณจากวงเงินกู้ 2 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 15 ปี
  • อ้างอิง MRR = 8.625% ต่อปี ประกาศ ณ วันที่ 6 ม.ค. 2569 ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
  • อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารประกาศกำหนด
  • รายละเอียดการคำนวณ ดูได้ที่ www.cimbthaionlinecampaign.com
หมายเหตุ
  • วงเงินอนุมัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของทางธนาคาร
  • เวลาให้บริการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น.
  • ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม CIMB THAI Care Center โทร. 02 626 7777

Share :